[Review] Operation Darkness

posted on 19 Jun 2011 19:50 by sasarai in Review
 


วันนี้ว่างงานมากๆ เลยแอบเวลางานมารีวิวกันอีกสักเกม กับ Operation Darkness ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox 360 (มีลงให้เครื่องอื่นด้วยมั้ยไม่รู้แต่ผมเล่นเวอร์ชั่นนี้ล่ะ)

 

เป็นอีกเกมที่เอามาเล่นโดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ไม่รู้ข้อมูลหรือดูเทรลเลอร์ ของเกมนี้มาก่อน แค่สะดุดกับภาพประกอบบนปก แต่ไล่มาถึงชื่อค่าย Atlus ปุ๊บก็เลยตัดสินใจจะลองเล่นดูสักที

 

ตัวเกมเป็นแนววางแผนการรบในช่วงยุคสมัยสงคราม โลกครั้งที่ 2 กับเหล่ากองทัพนาซีและกองกำลังพันธมิตรของฮิตเลอร์ที่มีการเกริ่นนำและการ ดำเนินเรื่องที่ภาพเหตุการณ์จริงมาอ้างอิง จึงทำให้รู้สึกว่านี่เป็นเกมวางแผนการรบที่เน้นความสมจริงเป็นหลัก สำหรับคนที่รู้จักเนื้อหาของเกมมาบ้างก็คงจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเนื้อหาจริงๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ 4 รู้ 8 อะไรกับเค้าอย่างผม การที่เกมเผยส่วนสำคัญของเกมออกมาในช่วงฉากที่ 3-4 นั้นเล่นเอาผมหน้าหงายไปเหมือนกัน (ปกเกมที่ได้มาเป็นแบบไม่มีหมาป่าและซอมบี้ แวมไพร์ตาแดง)

โดยเกมหัก มุมจากสงครามที่ดูสมจริง (ในรูปแบบลายเส้นการ์ตูน) กลายเป็นการรบข้ามเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์หมาป่าและแวมไพร์ที่ทำงานให้ฝั่ง นาซีไปซะฉิบ ทั้งยังมีเรื่องของการใช้มนต์ดำวูดูเข้ามาเกี่ยวข้องในการควบคุมศพอีกด้วย เรียกได้ว่าตัวเกมจริงๆ จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่เนื้อหาเหล่านี้

ระบบการเล่น เป็นระบบวางแผนเทิร์นเบสที่ลำดับเทิร์นตามความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัว ละคร (แบบ FF X) ที่ใช้อาวุธต่างๆ ในการรบแบบทหาร โดยจะมีอาวุธประเภทต่างๆ ให้เลือกใช้ตามสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น มีดพก, ปืนพก, ปืนกล, ปืนลูกซอง, ปืนยาว, ปืนกลหนัก, เครื่องยิงหัวจรวด, ลูกระเบิด เป็นต้น ซึ่งแต่ละตัวละครจะสามารถพกสิ่งของต่างๆ ได้ไม่มากนัก นอกจากนี้ยังมีตัวเลขบอกน้ำหนักของไอเท็มที่แบกด้วยจึงทำให้จำกัดมากขึ้นอีก เกมจึงเสริมระบบฉกของจากศพมาให้ เพื่อให้เราสามารถบริหารจัดการไอเท็มต่างๆ ในสนามรบได้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นทั้งจุดที่ดีและแย่ไปพร้อมๆ กัน ข้อดีคือทำให้เกมมีความท้าทาย และใช้สมองในการวางแผนเพิ่มขึ้น กลับกันกับคนที่ไม่สามารถใช้จุดนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ก็จะรู้สึกว่าเกมนี้ ยากเกินไปทันที โดยผู้เขียนติดแหงกอยู่ที่ฉาก Longest Day ก็เพราะไม่สามารถหาไอเท็มที่ใช้งานได้ดีๆ จากศพนี่แหละ (ถึงจะพูดว่าติดแต่ก็แค่โอเวอร์แค่หนเดียวล่ะนะ ที่งอนไม่กลับไปเล่นเพราะฉากนั้นเล่นตั้งนานแน่ะ)

ที่สำคัญเกมนี้เซฟระหว่างฉากรบไม่ได้นะครับ ตายทีก็ต้องเล่นกันใหม่เลย ไอเท็มที่ซื้อได้ระหว่างฉากก็จะมีจำนวนจำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระสุนปืน กระสุนติดหัวระเบิด ไอเท็มฟื้นพลัง เป็นต้น แต่เมื่อผ่านช่วงเนื้อเรื่องนั้นๆ ไปก็จะมีการเติมเข้ามาเพิ่มให้เราได้ซื้อกัน

แต่จะว่าเกมยากเกินไปก็ไม่น่าใช่ เพราะตัวเกมมีระบบเลเวลตัวละครมาให้ ซึ่งหากเกิดเล่นไม่ผ่านขึ้นมาก็สามารถวนเก็บเลเวลที่ฉากเล็กๆ ได้จนกว่าจะพอใจ หรือจนกว่าไอเท็มที่มีจะไม่พอยาไส้ในการเล่นนั่นเอง นอกจากนี้ตัวละครยังสามารถติดตั้งสกิลเพื่อเสริมจุดเด่นและอุดจุดบอดได้อีก ด้วย (สกิลที่ขาดไม่ได้เลยน่าจะเป็น First Aid ที่จะใช้ไอเท็มอัตโนมัติทันทีที่ HP ต่ำกว่า 20%) เมื่อถึงเนื้อเรื่องที่เฉลยว่าหน่วย Blood Pack ของเราเป็นศูนย์รวมเผ่ามนุษย์หมาป่าแล้วก็จะมีสกิลท่าไม้ตายเพิ่มเข้ามาให้ เลือกใช้ได้อีกด้วย


ซินเธีย ตัวละครสไนเปอร์ ที่เป็นที่พึ่งได้ของทุกคน ยามที่สั่งให้เธอ Cover

  • ระบบ Cover ก็มีประโยชน์ดีครับ แต่กับบางสถานการณ์ก็ถือว่าเปลืองกระสุนมากๆ เช่นกัน
  • ระบบจ้างทหารรับจ้าง เนื่องจากว่าคนที่จ้างได้เป็น NPC หน้าโหล ผมเลยไม่เคยได้ลองจ้างมาลองใช้ดูฝีมือสักครั้งเลยครับ


ภาพของเกม......อยู่ในระดับที่ห่วยครับ ห่วยอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเทียบกับเกณฑ์โดยเฉลี่ยของเครื่อง (จริงๆ อาจจะไม่ได้แย่มาก แต่ผมดันเล่นเกมนี้หลัง Dead Space 2 นี่สิ) ที่จะชมเชยได้ก็คงมีเพียง Illust ของเกมที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น

เสียง ดนตรีของเกมอยู่ในเกณฑ์กลางๆ สำหรับผมครับ ที่เด่นๆ จนอยากจะชมก็คือเกมนี้เป็นแบบ undub ครับ ฟีเจอร์ในเกมเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่เวลาคุยกันจะเป็นเสียงญี่ปุ่นครับ ปลื้มมาก (ไม่ได้ถึงกับรับไม่ได้แต่โดยส่วนตัวไม่คิดว่าลายเส้นแบบญี่ปุ่นจะเข้ากับ เสียงพากษ์อังกฤษ แต่ถ้าเป็น Full CG ผมรับได้นะ)

เนื้อเรื่อง...ยังเล่นไม่จบครับ เลยของดสรุปเนื้อหาในส่วนนี้ (หมดกันเนื้อหาส่วนที่ฝอยน้ำได้เยอะที่สุดของรีวิวสไตล์ซาซ่า) แต่ชอบตรงที่หักมุมเข้าแฟนตาซีกันดื้อๆ แบบนี้ สำหรับคนที่ดูเทรลเลอร์มาแล้วคงเฉยๆ กันล่ะนะครับ


ตัวละครที่ห้ามตายเด็ดขาด คนเดียวที่สามารถชุบชีวิตตัวละครที่ตายได้

สรุป...เป็นเกมที่สนุกแบบขัดหูขัดตาครับ นำเสนอเบื้องต้นแบบเน้นสมจริง แม้จะหักมุมเป็นแนวเหนือธรรมชาติจะทำได้ชวนทึ่ง แต่ก็กลายเป็นว่าสามารถเดาบทบาทของตัวละครที่เหลือได้ไม่ยาก (แต่แอบคิดว่าน่าจะมีอะไรหักมุมกว่านี้) เป็นเกมสงครามที่ไม่เน้นในเรื่องของภาพจึงทำให้ขาดอารมณ์ร่วมไปพอสมควร ตัวละครตายแล้วตายเลยถึงทีมเราจะมีคนชุบชีวิตอยู่แล้วก็เถอะ แต่มันยุ่งยากนะกว่าจะวิ่งไปชุบได้แต่ละคน มีการผูกปมในทีมที่น่าสนใจ ตัวละครเอกอย่างเอ็ดเวิร์ดก็หัวแข็งมีความคิดที่สุดขั้วดี แต่ก็ถือว่าในช่วงแรกของเกมยังให้ความสำคัญกับส่วนนี้น้อยไปหน่อย


ที่ยังดองอยู่เพราะฉากที่เจ๊คามิลล่าแกโผล่มานี่แหละ ยกพวกมาเพียบตอนกรอบไปหมดทั้งทีมแล้ว นิสัยแย่จริงๆ

ให้คะแนนแบบเป็นกลางมองภาพรวมจากเกมทั่วไปของเครื่องเดียวกัน C พอครับ (ถ้าให้แบบไม่เป็นกลางแบบตูชอบของตูคนเดียวก็ B ครับ)

Comment

Comment:

Tweet

วาลคีเรียสนุกกว่าเยอะครับ หุหุ

#2 By sasarai on 2012-06-05 22:21

ดูแนวคล้ายๆ วาคิเลีย ของ ps3

#1 By salemanbps on 2012-06-05 22:17