Suikoden I story EP 03 : มนุษย์ยักษ์สีดิน - 2
posted on 07 Nov 2007 03:08 by sasarai in Fanfic-Suikoden
Suikoden I story
EP 03 : มนุษย์ยักษ์สีดิน
มนุษย์ยักษ์สีดินยกมือทั้งสองขึ้น จากนั้นวาดมือลงมาที่พื้นดินโดยเร็ว พาห์นพบเห็นดังนั้นจึงทุ่มแรงสกัดเอาไว้ได้มือหนึ่ง แรงกระแทกผลักดันพาห์นถอยหลังไปเล็กน้อย
อีกมือหนึ่งมุ่งเข้าโจมตีทีลที่ยังดูเงอะงะในการต่อสู้ ทีลรู้สึกถึงอันตราย ตนเองมิใช่จอมหมัดที่ฝึกพลังกายเช่นพาห์นการจะรับฝ่ามือนี้ไว้ดูเป็นเรื่องโง่เขลายิ่ง จึงคว้าพลองของตนออกยันตัวเองลอยขึ้นสูงรอดพ้นจากการตวัดตบของมนุษย์ยักษ์สีดินทันท่วงที
เมื่อเคลโอ้เห็นว่าผิดท่าจึงคิดแนะนำนายน้อยในการต่อสู้ ตะโกนบอกว่า
"นายน้อย...ท่านวิ่งไปทางตรงข้ามกับเกรมิโอ้ รักษาขบวนไว้ด้วยค่ะ"
ทีลรีบวิ่งออกไปทางขวามือของตน บัดนี้เขาคุมเชิงมนุษย์ยักษ์สีดินทางด้านขวา เกรมิโอ้ทางด้านซ้าย และพาห์นคอยรับมืออยู่ตรงกลาง
หลังจากการโจมตีเมื่อครู่เกรมิโอ้พบเห็นช่องว่างทางมุมของตนจึงฟาดฟันขวานในมือลงไปที่ลำตัวด้านล่างเต็มแรง ทันทีที่ขวานกระทบกับเป้าหมายเขารู้สึกแปลก ไม่เหมือนกับการโจมตีด้วยของแข็งสู่ของแข็งอย่างไร แต่เสียงแน่นหนาที่ดังหลังจากกระทบนั้นเหมือนกับว่าแรงโจมตีนั้นหดหายไปสิ้น มองดูขวานจมเข้าไปในเนื้อมนุษย์ยักษ์สีดินนั้นครึ่งใบขวาน แต่กลับดึงออกมายากยิ่งนัก
เกรมิโอ้เร่งรีบดึงขวานออกมาอย่างตื่นตระหนก กระโดดหลบมือที่ย้อนกลับมาโจมตีเขาอย่างรวดเร็ว คิดจะตะโกนไปยังทุกคนในที่นี่ หากแต่เมื่อเหลียวมองไปทางเคลโอ้และเท็ดกลับเห็นคนทั้งสองกำลังเพ่งเล็งสายตาไปที่เด็กหนุ่มที่ตอนนี้ยืนอยู่บนกิ่งไม้เบื้องหลังมนุษย์ยักษ์สีดินนั้น
ลูกศรในมือเท็ด และมีดสั้นในมือของเคลโอ้ถูกปล่อยออกแทบพร้อมกัน วิ่งผ่านอากาศเป็นเส้นตรงอย่างรวดเร็วผ่านมนุษย์ยักษ์สีดินไปยังเด็กหนุ่มคนนั้น
เคลโอ้กล่าวบอกเด็กหนุ่มว่า
"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำจนถึงตายหรอก"
เด็กหนุ่มพบเห็นเหตุการณ์ดังนั้น พึมพำเบาบางว่า
"เป็นคำตอบที่ไม่เลวนัก หากแต่ยังไม่ถูกต้อง"
จากนั้นวาดมือขวาออกมาเบื้องหน้า บังเกิดลมวูบหนึ่งพัดพาเอาลูกศรและมีดสั้นหลุดลอยจากวิถีไป
พริบตานั้นมนุษย์ยักษ์สีดินหยุดเคลื่อนไหวอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ทีลและพาห์นโจมตีเข้าที่ส่วนหัวและบริเวณหัวไหล่ได้ครั้งหนึ่ง หากแต่ดูจะไม่มีผลอันใดนอกจากมนุษย์ยักษ์สีดินจะมีรอยบุบลงเล็กน้อยเท่านั้น
เคลโอ้ และเท็ดเห็นดังนั้นตะลึงลานวูบหนึ่งด้วยไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะมีปฏิกริยาตอบสนองที่รวดเร็วถึงเพียงนี้
จากนั้นเด็กหนุ่มจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า
"เพราะตัวข้าไม่ได้ถูกรวมเข้าไปกับการต่อสู้นี้ คู่มือของพวกท่านคือโกเลมของข้าต่างหาก"
ทันใดนั้นเสียงของเกรมิโอ้ก็ดังมาจากเบื้องหน้า
"เคลโอ้ !! เจ้านี่ไม่ใช่หินอย่างมนุษย์ยักษ์สีดินหรือโกเลมอื่นๆ หากแต่มันคือสิ่งที่ถูกสร้างมาจากดินแถวนี้ต่างหาก"
พูดจบจึงฉวยโอกาสหลบการโจมตี พร้อมกับฟาดฟันขวานจมลงไปที่ข้อมือของโกเลมโดยไม่ดึงกลับ เสียงดังทึบหนักแน่นและใบขวานจมลงไปครึ่งใบเช่นเดิม
เคลโอ้ครุ่นคิดขึ้น
"เบาะแสนี้จะนำไปสู่หนทางเอาชนะหรือไม่ เด็กหนุ่มคนนั้นทำทีคล้ายว่านี่เป็นการทดสอบ เช่นนั้นคำตอบคืออะไร??"
พลางหันไปกล่าวกับเท็ดว่า
"เธอยิงสนับสนุนไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็่น่าจะช่วยก่อกวนการโจมตีของมันได้"
ทีลเองก็รู้สึกสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวแปลกๆ ของโกเลมเบื้องหน้าเมื่อครู่ ครุ่นคิดขึ้นชั่วขณะจากนั้นจึงร้องว่า
"ทุกคน โกเลมเบื้องหน้านี้ไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง หากแต่ถูกเด็กคนนั้นควบคุมเอาไว้"
โดยที่ไม่รอให้ผู้คนกล่าวอันใดต่อ โกเลมวาดมือออกโจมตีอย่างรวดเร็วขึ้น รุนแรงขึ้น และต่อเนื่องขึ้นจนคนทั้งสามไม่มีช่องทางสอดมือโจมตีสวนกลับไปเลย
เคลโอ้ได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆ เรียบเรียงเหตุการณ์
"เด็กหนุ่มผู้นั้นใช้พลังจากตราแห่งลมควบคุมบังคับโกเลมขนาดใหญ่เพียงนี้ นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดทำได้ หากแต่การควบคุมการเคลื่อนไหวของวัตถุหาใช่แนวทางโดยตรงของตราแห่งลมไม่ การควบคุมนี้ต้องมีจุดอ่อนอย่างแน่นอน"
คิดอ่านเพียงครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงทีลร้องเตือนว่า
"คำตอบแรกคือไฟไงละ เคลโอ้!!"
เคลโอ้พลันเข้าใจทันที นึกได้ว่าดินโดยรอบมีลักษณะเปียกชื้นและอุ้มน้ำ โกเลมตัวนี้มีสีคล้ายดินเหนียว เด็กหนุ่มผู้นี้คงสร้างมาจากดินแถบลำธารเป็นแน่
ลอบนึกชมเชยทีลในใจเข้าใจว่าทีลคงนึกถึงเครื่องปั้นดินเผาที่เมื่อดินเหนียวยังเปียกชื้นและอุ้มน้ำอยู่ทำอย่างไรก็ไม่อาจทำลายให้แตกหักได้ แต่เมื่อผ่านขั้นตอนการเผาแล้วกลับแตกสลายได้ง่ายดาย หากทำลายโกเลมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ พลังของตราแห่งลมย่อมมิอาจควบคุมเศษวัตถุจำนวนมหาศาลได้อย่างแน่นอน
คิดอ่านเสร็จสิ้นเคลโอ้จึงวาดมือขวาออกมาด้านหน้าเหนือศีรษะ ตะโกนเตือนว่า
"เกรมิโอ้ นายน้อยคะ กรุณาถอยห่างออกมาด้วยค่ะ"
ทั้งสองมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย จึงค่อยหลบฉากออกมา คิดย้อนกลับมาหาเคลโอ้และเท็ด พาห์นเห็นดังนั้นจึงคิดจะละมือถอยออกมาด้วยคน แต่เคลโอ้ร้องว่า
"แต่นายยังต้องอยู่ที่เดิม เพื่อระวังไม่ให้โกเลมทำอะไรที่เราคาดไม่ถึง"
พาห์นทำหน้าเหยเก กลับไปตั้งท่าต่อสู้ตามเดิม พลางบ่นอุบว่า
"ทำไมต้องเป็นข้าทุกทีเลย ข้าไม่เห็นเกมิโอ้จะต้องรับหน้าที่แบบนี้เลยสักครั้ง"
เป็นดังที่เคลโอ้คาดไว้ โกเลมนั้นเอื้อมมือถอนต้นไม้ขนาดพอมือของตน แต่ใหญ่โตมากสำหรับมนุษย์มาต้นหนึ่ง คิดขว้างใส่เคลโอ้ผู้เตรียมการบางอย่างอยู่ แต่ยังไม่ทันได้ขว้างออกไป พาห์นที่ยังอยู่เบื้องหน้ากลับถลาขึ้นมาโจมตีใส่ส่วนข้อมือที่คว้าจับลำต้นด้วยฝ่ามือทั้งสองอย่างสุดเรี่ยวแรง ผลจากการคุกคามครั้งนี้ทำให้ไม้ใหญ่ในมือโกเลมนั้น ลอยผิดทางไปตกยังป่าข้างๆ แทน บังเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในป่าที่เงียบเชียบนี้ยิ่งนัก
เวลาประจวบเหมาะกับที่เคลโอ้ลงมือพอดี เคลโอ้เอ่ยเบาๆ กับตนเองว่า
"ตราแห่งเปลวเพลิง....ข้าขอบัญชาเจ้า"
สิ้นเสียงใสของเคลโอ้ บนร่างของโกเลมบังเกิดเปลวไฟขนาดมหึมาลุกท่วมร่างกาย เปลวไฟแลบเลียไปทุกส่วน กระนั้นโกเลมยังคงเคลื่อนไหวอาละวาดไปทั่วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กหนุ่มมองเห็นดังนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย กล่าวเบาบางว่า
"เป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ยังข้ายังสงสัยว่าท่านจะตอบโจทย์นี้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า"
โกเลมมีขนาดใหญ่ เนื้อดินภายในย่อมอัดแน่นมากเป็นพิเศษ ส่วนที่ไหม้นั้นตอนนี้ดูจะมีเพียงส่วนนอกเท่านั้น ถึงกระนั้นเคลโอ้ก็ยังไม่ยอมหยุดมือ เธอขมวดคิ้วเม้มปากแน่น ส่งพลังเวทปลุกเปลวเพลิงให้ลุกฮือขึ้นอีก ด้านพาห์นที่ยังทำหน้าที่รั้งตัวโกเลมอยู่เบื้องหน้า ก็ยังคอยหลบหลีกการโจมตีทั้งยังคอยหาจังหวะโจมตีผ่านเปลวเพลิงเพื่อยันโกเลมกลับไปยังอีกฝั่งตลอดเวลา พลางบ่นอุบอิบว่าว่า
"ทำไมต้องเป็นข้าด้วยนะ"
"อู้ย....ร้อนๆๆๆ"
"ทำไมกัน....ทำไมกันเนี่ย"
เกรมิโอ้และทีลพบเห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกวิตกกังวลยิ่ง การใช้พลังของตราที่สลักเอาไว้ในร่างกายนั้นย่อมสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก หากไม่ใช่ว่าเคลโอ้เป็นผู้ช่ำชองการต่อสู้และฝึกปรือมานาน การใช้เปลวเพลิงที่รุนแรงต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้หากเป็นคนทั่วไปคาดว่าป่านนี้คงต้องล้มลงหมดสติไปแล้ว
เวลาผ่านไปนานเข้า สีหน้าของเคลโอ้เริ่มซีดขาวขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าปรากฏหยาดเหงื่อไหลเป็นทาง มือขวาที่ส่องแสงสีแดงเพลิงเบื้องหน้าเริ่มสั่นระริกด้วยความเหนื่อยอ่อน ทีลและเกรมิโอ้เริ่มเป็นห่วงเคลโอ้หนักขึ้นทุกที
โกเลมยังคงดึงดันมุ่งหน้ามายังผู้ที่กำลังเผามันเช่นเดิม พริบตาที่หมัดของพาห์นปะทะเข้ากับส่วนไหล่ของโกเลมยักษ์นั้นเอง บังเกิดเสียงที่ผิดแปลก พบเห็นรอยร้าวใหญ่โต เศษดินแห้งๆ ค่อยๆ ร่วงหล่นสู่พื้น พาห์นจึงร้องว่า
"เคลโอ้ พอได้แล้วละ ตอนนี้มันกรอบไปหมดแล้ว"
เคลโอ้ได้ยินดังนั้นจึงคลายกำลังลง เปลวเพลิงค่อยๆ เบาบางลงไป เธอทรุดตัวลงอย่างเหน็ดเหนื่อย จนเท็ดต้องรี่เข้ามาพยุงเอาไว้ไม่ให้ล้มลงกับพื้น
ไม่มีใครคาดคิด โกเลมนั้นเหวี่ยงมือที่แห้งกรังและบอบช้ำจากการเผาไฟรวมถึงการโจมตีของพาห์นหลุดลอยออกจากแขนพุ่งเข้ามาทางเคลโอ้ เกรมิโอ้และทีลรู้สึกตัวแทบจะพร้อมกัน การจะหอบหิ้วเคลโอ้หลบไปนั้นดูจะไม่ทันการเสียแล้ว จึงพุ่งออกไปอย่างพร้อมเพรียง ฟาดอาวุธออกต้านทานด้วยท่าทีประสานกัน
เสียงอาวุธทั้งสองชิ้นและมือของโกเลมกระแทกกันดังสนั่น ทั้งสองรู้สึกได้ถึงความหนักหน่วงจนแขนแทบจะหลุดออกจากตัว หากสิ่งนี้มาถึงขณะที่ยังไม่ผ่านเปลวเพลิงรีดเร้นเอาน้ำภายในที่ดินนี้อุ้มอยู่ออกไปด้วยฝีมือของเคลโอ้มาก่อน ทั้งสองคงไม่อาจต้านทาน หากแต่ยามนี้น้ำหนักคาดว่าถูกลดทอนไปสามส่วน เช่นนั้นการผนึกกำลังกันเช่นนี้ย่อมมีเปรียบมากขึ้น
ทั้งสองกัดฟันออกแรงต้านทานอย่างเต็มที่ มือของโกเลมข้างนี้ค่อยๆ ปริแตกออกจากกัน จนแยกออกตามแนวอาวุธของทั้งสอง หมดสิ้นสภาวะพุ่งไปเบื้องหน้าอีกต่อไป คนทั้งสี่พบเห็นดังนั้นจึงโล่งใจอย่างยิ่ง เหลียวหลังกลับไปพบโกเลมที่แตกออกเป็นชิ้นๆ ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดิน เป็นฝีมือของพาห์นนั่นเอง แม้อยู่ในสภาวะที่ไม่อาจจู่โจมให้เกิดผลได้ พาห์นยังไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เมื่อการโจมตีก่อเกิดผลตามมาพาห์นย่อมช่วงชิงชัยชนะได้โดยง่าย
ทีลยังคงรู้สึกตื่นเต้นอยู่ นี่นับเป็นการต่อสู้จริงครั้งแรกของเขา รวมถึงได้เห็นยอดฝีมือร่วมแรงกันชิงชัยในสถานการณ์จริงอีกด้วย
หากแต่เวลานี้เคลโอ้ดูอ่อนเพลียมาก ทุกคนจึงไม่มีเวลายินดีกับชัยชนะเท่าใดนัก
ขณะที่พาห์นกำลังจะหันไปเอาเรื่องกับเด็กหนุ่มปริศนานั่นเอง เคลโอ้ก็เอ่ยขึ้นมาเบาบางว่า
"หยุดก่อนเด็กคนนั้นเพียงทดสอบเราเท่านั้น"
End Of EP 03 : มนุษย์ยักษ์สีดิน
edit @ 7 Nov 2007 03:11:23 by sasarai